........วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม.......
 
        วันนี้ "บ้านเรา เมืองเรา" จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยววัดเบญจมบพิตรกันค่ะ วัดนี้เพื่อนๆ คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วจากในวิชาเรียนสังคมศึกษา แต่ก็คงยังไม่ทราบประวัติที่ลึกๆ ลงไปอีกใช่ไหม เอาละค่ะเรามาเริ่มที่ประวัติของวัดก่อนก็แล้วกันนะคะ เวลากลับจากไปเที่ยวที่วัดนี้จะได้คุยกับเพื่อนๆ ได้ว่าเราน่ะรู้ประวัติของวัดนี้ด้วยนะจ๊ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า...
        วัดเบญจมบพิตรเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ชื่อของวัดมีความหมายว่าเป็นวัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 เป็นวัดโบราณเก่าแก่ไม่ปรากฎหลักฐานการสร้างที่แน่นอน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมชื่อวัดแหลม เนื่องจากอยู่ปลายแหลมของสวนแล้วต่อกับทุ่งนา หรือบางครั้งก็เรียกวัดไทรทอง เพราะมีต้นไทรเป็นที่เห็นเด่นชัดของวัด ครั้งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ วัดนี้กลายเป็นวัดร้าง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาพบช่วงที่มีสงคราม เมื่อเสร็จสงครามทรงมีศรัทธาจะปฏิสังขรณ์วัดนี้ โดยร่วมกับพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกัน 4 พระองค์ แล้วพระราชทานนามให้มีนัยเป็นอนุสรณ์แก่เจ้านายทั้งห้าว่า "วัดเบญจมบพิตร" หมายความว่าวัดของเจ้านาย 5 พระองค์
      ครั้นพอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระราชวังสวนดุสิต ทรงให้อาณาบริเวณวัดร้าง 2 แห่ง สร้างเป็นบริเวณวัง และโปรดให้สร้างวัดขึ้นทดแทน 1 แห่ง ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่โตและงดงามดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ และตั้งชื่อวัดโดยเติมสร้อยนามว่า "ดุสิตวนาราม" เป็นชื่อวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เพื่อให้สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกับพระราชวัง ในฐานะเป็นพระอารามซึ่งอยู่ใกล้พระราชวังสวนดุสิต
      วัดเบญจมบพิตรเป็นฝีมือการออกแบบที่งดงามโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระอุโบสถทรงจัตุรมุขสร้างขึ้นจากหินอ่อนทั้งหลัง ในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช ที่จำลองมาจากพระพุทธชินราชของ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีความงดงามมากจนผู้ที่ไปพบเห็นจะรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ในฝึมือของช่างไทยในสมัยก่อน ซึ่งโดยประวัติแล้วในช่วงแรกที่มีการสร้างวัดนั้นมีโครงการว่าจะอัญเชิญพระพุทธชินราชองค์จริงมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ แต่ก็มีรับสั่งจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าพระพุทธชินราชนับเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลก จึงทรงเห็นว่าไม่เป็นการเหมาะสมที่จะนำพระคู่บ้านคู่เมืองมาประดิษฐานไว้ที่เมืองหลวง
 
            จึงทรงโปรดให้นายช่างหล่อแบบจำลองของพระพุทธชินราชมาแทนการนำองค์จริงมาประดิษฐาน ซึ่งองค์ที่จำลองมานั้นก็มีความงดงามไม่แพ้องค์จริงที่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกเลย และวัดนี้ก็นับว่าเป็นวัดที่สร้างด้วยหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว
         และที่พลาดไม่ได้ในการไปเยี่ยมชมและสักการะก็คือระเบียงคด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าอยากให้วัดเบญจมบพิตรเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ไว้ให้ได้จำนวนมากที่สุดเพื่อที่เวลาประชาชนมาสักการะบูชาจะได้เห็นและชื่นชมได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งในการที่จะนำพระพุทธรูปปางต่างๆ มาประดิษฐานไว้ได้มากๆ นั้นก็ต้องเสาะแสวงหาจากทั่วสารทิศของประเทศสยามเลยทีเดียว เราจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งบางองค์เราก็ไม่เคยทราบด้วยซ้ำไปค่ะว่ามีพระพุทธรูปปางนี้อยู่ แล้วอย่าลืมชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันนะคะ ไปวัดกันช่วงเช้าแล้วพอสาย ๆ ไปเดินเล่นกันที่เซ็นเตอร์พอยต์ต่อก็ยังไหวค่ะ แต่ที่สำคัญแต่งกายให้เหมาะสมกับการที่เราไปเที่ยววัดด้วยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้กาลเทศะ อันนี้ยอมไม่ได้ใช่ไหมคะ แล้วพบกันคราวหน้านะคะ มาดูกันว่า "บ้านเรา เมืองเรา" จะพาไปเที่ยวชมโบราณสถานหรือสถานที่สำคัญๆ ที่ไหนกันอีก บ๊ายบายค่ะ
โดย...ปุราณ
puran@kewkaw.com


Copyright (c) 2000, kewkaw.com , All rights reserved.
ติดต่อทีมงาน : webmaster@kewkaw.com