........ราชินีแห่งขนมไทย.......

 
        สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวกิ๊วก๊าว มาคราวนี้ปุราณอยากจะพาเพื่อนๆ มารู้จักประวัติของขนมไทยๆ ที่พวกเรารู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เขาเรียกกันว่าเป็นยุคดอตคอม และก็มีขนมที่มาจากต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศแถบยุโรป อเมริกา หรือเอเชียของเรา แต่เพื่อนๆ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ ว่าขนมไทยๆ ของเรานี่ก็อร่อยไม่แพ้ขนมที่มาจากต่างประเทศเลย เช่นทองหยิบ ทองหยอด หรือฝอยทอง แหม...ปุราณพูดแล้วก็เริ่มอยากรับประทานขึ้นมาเสียแล้วละค่ะ ก็ของโปรดของปุราณทั้งนั้นเลยนี่คะ
        แต่ก่อนอื่น เราต้องมารู้จักประวัติของขนมที่ปุราณพูดถึงกันก่อนดีกว่าค่ะ ขนมหวานกับคนไทยนั้นเพิ่งจะเริ่มรู้จักและคุ้นเคยกันเมื่อ 200 กว่าปีมานี่เอง โดยจากหลักฐานที่เรามีอยู่นั้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลของพระเจ้าทรงธรรมและพระเจ้าปราสาททอง คนไทยเรานั้นไม่ฟุ่มเฟือยกับอาหารการกินกันเลยค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วอาหารของคนไทยก็มีแค่ข้าว ปลาปิ้ง ปลาย่าง และก็ผักที่หาได้ตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นอาหารหลักที่รับประทานกันเป็นประจำ จนมีคำกล่าวขานจากชาวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย ว่าคงไม่มีชาติไหนในโลกที่รับประทานอาหารได้อดออมขนาดคนไทยอีกแล้ว
        ส่วนขนมนั้นเชื่อกันว่าผู้ที่ประดิดประดอยคิดค้นขึ้นนั้นคือท้าวทองกีบม้า นั่นแน่ เพื่อนๆ คงคิดว่าใครกันนะช่างมีชื่อที่แปลกและพิสดารขนาดนี้ แต่จริงๆ แล้วท้าวทองกับม้าก็คือชื่อที่เพี้ยน มาจาก "ดอญ่า มาร กีมาร์"ค่ะ ลองมาพูดเร็วๆ สิคะ นั่นไงเห็นไหมเริ่มเพี้ยนเป็นท้าวทองกีบม้า แล้วใช่ไหม ก็บอกแล้วไง คนไทยเรานี่ช่างเป็นต้นตำรับของการเรียกชื่อของอะไรก็แล้วแต่ที่ เป็นภาษาต่างประเทศให้คุ้นปากคนไทยได้ คุณมาร กีมาร์ จึงกลายเป็นท้าวทองกีบม้าได้ในทันที
         ท้าวทองกีบม้ามีชื่อเต็มๆ ว่า มารี กีมาร์ เด ปนา แถมเธอยังได้บรรดาศักดิ์เป็นคุณหญิงด้วยละค่ะ เพราะสามีของเธอเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีแห่งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีชื่อว่าออกญาวิไชเยนทร์ หรืออีกชื่อก็คือคอนสแตนติน ฟอลคอน เธอแต่งงานกับสามี เมื่ออายุได้เพียง 16 ปี เธอมีบิดาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ส่วนมารดาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น ผสมโปรตุเกส ครอบครัวของเธอจัดได้ว่าเป็นศริสตศาสนิกชนนิกายคาทอลิกที่เคร่งครัดมาก ครอบครัวของท้าวทองกีบม้าอพยพเดินทางมาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาโดยอาศัยอยู่ที่ค่ายโปรตุเกส ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
 
        ท้าวทองกีบม้าเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาที่สวยงาม เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา และนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาความสวยงามแล้ว เธอยังเป็นคนที่มีน้ำใจงาม ใจบุญสุนทาน มีความเมตตาปรานี ตลอดการใช้ชีวิตของเธอนั้นอยู่ภายใต้กรอบแห่งความดีงามมาโดยตลอด จนทำให้ได้ชื่อว่าเป็นคาทอลิกที่เคร่งครัดมากที่สุดคนหนึ่ง
         จากหลักฐานที่มีการบันทึกไว้ได้กล่าวว่า หลังแต่งงานฟอลคอนสามีของเธอมีชีวิตที่ค่อนข้างรุ่งโรจน์ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก ท้าวทองกีบม้าจึงมีชีวิตที่สุขสบายและหรูหรามาก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะมีความสุขในชีวิตการแต่งงานนัก เพราะฟอลคอนเป็นคนที่เจ้าชู้ และมีผู้หญิงอื่นที่เขาเลี้ยงดูเป็นภรรยาไว้แล้วอีกหลายคน จนในที่สุดก็มีเหตุทำให้ท้าวทองกีบม้าขนข้าวของย้ายออกมาจากบ้านของฟอลคอน กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเดิมของตน
         การที่เธอได้เป็นถึงคุณหญิงของท่านเสนาบดีที่ยิ่งใหญ่ จึงต้องมีแขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยียนที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ เธอจึงได้มีโอกาสแสดงฝีมือในเรื่องการทำอาหารที่เธอมีความสามารถมากทีเดียว จนเมื่อครั้งบั้นปลายชีวิตของเธอนั้น เธอมีหน้าที่จัดหาอาหารหวานส่งเข้าในวัง ทำให้ท้าวทองกีบม้าจะต้องคอยพัฒนาฝีมือ และประดิดประดอยคิดค้นขนมประเภทต่างๆ ขึ้นมาใหม่ตลอด
 
         เธอนำความรู้เรื่องการทำอาหารของโปรตุเกส ซึ่งเป็นชาติกำเนิดของเธอมาผสมผสานกับวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทำให้เกิดขนมที่มีรสชาติอร่อยถูกปากขึ้นมากมาย จนได้ตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องต้น โดยมีพนักงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาที่เป็นสตรีกว่า 2,000 คน และด้วยความที่เป็นคนมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำให้ท้าวทองกีบม้าถ่ายทอดวิชาการปรุงขนมหวานชนิดต่างๆ ให้แก่สตรีที่ทำงานใต้บังคัญบัญชาของเธอจนเกิดความชำนาญ และสตรีเหล่านี้เมื่อกลับไปเยี่ยมบิดามารดาหรือญาติๆ ก็ได้นำตำรับขนมหวานไปเผยแพร่ต่ออีกทอดหนึ่ง ขนมไทยในวังจึงได้แพร่หลายไปทั่วจนเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย
        ท้าวทองกีบม้ามีอายุยืนยาวกว่า 60 ปี โดยชีวิตของเธอนั้นมีชีวิตอยู่ถึง 4 รัชกาล คือ รัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระเจ้าเสือ และสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ
        เราก็คงจะทราบกันแล้วใช่มั้ยคะ ว่าขนมหวานของไทยนั้นมีใครเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น และถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนไทย แต่เธอก็ได้สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าไว้ให้เรามากมายค่ะ และเราก็คงปฎิเสธไม่ได้ ว่าเธอนั้นสมแล้วที่เราจะยกย่องให้เป็นต้นตำรับของขนมไทยเราหลายๆ อย่าง และเพื่อเป็นการระลึกถึงท้าวทองกีบม้า ปุราณก็ขออนุญาตเพื่อนๆ ไปซื้อทองหยิบทองหยอดมาทานซะหน่อยค่ะเพื่อเตือนความจำไงคะว่าขนมที่ท้าวทองกีบม้าประดิษฐ์คิดค้นขึ้นนั้นอร่อยขนาดไหน บ๊ายบายขอตัวก่อนนะคะ

โดย...ปุราณ
puran@kewkaw.com


Copyright (c) 2000, kewkaw.com , All rights reserved.
ติดต่อทีมงาน : webmaster@kewkaw.com