|
มากรุงเทพมหานคร
เมืองฟ้าอมรของเรา [2]
|
|
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาวกิ๊วก๊าว
มาพบกับปุราณกันอีกครั้งนึงนะคะ มาคราวนี้ก็จะมาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวกรุงเทพฯ
กันต่อค่ะ เรามาเริ่มกันที่ตามแนวเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในก่อนดีกว่า
ตามแนวเกาะรัตนโกสินทร์นั้นมีท่าน้ำสำคัญอยู่ 4 แห่งได้แก่ ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่าราชวรดิฐ และท่าเตียน |
|
|
ท่าพระจันทร์
เดิมเคยเป็นบริเวณวังของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
ต่อมาได้ถวายที่ดินให้กับพระคลังข้างที่ ปัจจุบันเป็นของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ให้เอกชนเช่าช่วงต่อดำเนินกิจการข้ามฟาก เป็นย่านชุมชนเก่าที่มีกิจกรรมการค้าแน่นหนา
เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อทางน้ำระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และที่สำคัญยังอยู่ใกล้กับสถานศึกษาสำคัญๆ
สามแห่งเชียวนะคะ แห่งแรกคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ซึ่งอดีตเป็นส่วนหนึ่งของวังหน้าเดิม แห่งที่สอง มหาวิทยาลัยศิลปากร
หรือ วังท่าพระ และแห่งที่สามก็ โรงพยาบาลศิริราช
จากท่าพระจันทร์นี้ มีถนนพระจันทร์เป็นเส้นทางเชื่อมไปยังสนามหลวง ถนนสายนี้เป็นถนนที่เก่าแก่มากค่ะ
เป็นถนนที่ใช้สำหรับเดินเท้ามาตั้งแต่ครั้งสร้างกรุงทางฝั่งด้านเหนือ มีต้นไม้ให้ความร่มรื่นมาก
และอีกด้านหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยังมีกำแพงวังหน้าหลงเหลือ ให้พวกเราได้เห็นอยู่เลยนะคะ
ท่าช้างวังหลวง มีการสันนิษฐานกันนะคะว่าท่าช้างมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นที่ที่ควาญช้างจะพาช้างจากวังหลวงมาอาบน้ำ นอกจากนั้นยังใช้เป็นท่าสำหรับรับช้างเผือกที่นำมาถวายพระมหากษัตริย์ ตามประวัติเดิมนั้นเคยมีผู้เรียกที่นี้ว่าท่าพระ เพราะเป็นท่าน้ำที่ชะลอพระศรีศากยมุนีจากแพมาขึ้นบก เพื่อนำไปประดิษฐานที่วัดสุทัศนเทพวราราม ปัจจุบันเรียกว่า ท่าช้างวังหลวง มีท่าเรือข้ามฟาก ร้านค้า และตลาดสด และยังเปิดให้เห็นตึกแถวโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 บนที่ดินของรัชกาลที่ 3 เคยพระราชทานให้แก่สุนทรภู่ ซึ่งอยู่ในการดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ |
|
ท่าราชวรดิฐ
เดิมท่านี้เรียกว่า พระฉนวนน้ำ ประจำท่าพระราชวังหลวงในสมัยรัชกาลที่
1 ต่อมาเป็นตำหนักน้ำ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 แต่เสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่
3 จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้รื้อพระตำหนักเดิมออก แล้วถมที่
ก่ออิฐ ถือปูน สร้างหมู่พระที่นั่งขึ้นมาใหม่ 4 หลัง แล้วเรียกบริเวณนี้ว่าท่าราชวรดิฐ
แปลว่า ท่าอันประเสริฐแห่งราชการ ในปัจจุบันพระที่นั่งส่วนใหญ่ถูกรื้อลง
เหลือเพียงพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยเพียงหลังเดียว
|
|
![]() |
|
ท่าเตียน
ในสมัยก่อนท่าเตียนเป็นแหล่งชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง มีวังที่ประทับของเจ้านาย
สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาได้เกิดไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างจนโล่งเตียน
และนี่แหละค่ะ คือเหตุผลว่าทำไมท่าแห่งนี้จึงมีชื่อว่าท่าเตียน ในสมัยรัชกาลที่
4 ต่อจากนั้นมีการสร้างศาลต่างประเทศกับตึกหลวง ใช้เป็นที่พักของชาวต่างชาติขึ้นแทนที่
สำหรับตึกแถวที่ยังมีให้เห็นในปัจจุบัน สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างในสมัยเดียวกัน
คือสร้างล้อมรอบตลาดสด ท่าเตียนนั้นอยู่ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ พระอารามหลวงที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
มีขนาดใหญ่โตและสวยงามมาก พื้นที่รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ 50 ไร่ ถือว่าเป็นแหล่งรวมวิชาทั้งปวงในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
|
|
|
และใกล้ๆ
กับท่าเตียนถัดไปทางปากคลองตลาดยังมีวัง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
หรือที่เรียกกันว่า บ้านจักรพงษ์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จเจ้าฟ้า
กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทรงสร้างพระราชทานแก่พระโอรส ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ในอังกฤษ
ปัจจุบัน บ้านจักรพงษ์ตกเป็นของพระธิดาคือ ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ เลวี่ และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
เปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวด้วยค่ะ
เป็นไงคะเพื่อนๆ นี่ละที่เป็นท่าน้ำที่สำคัญๆ ของเกาะรัตนโกสินทร์ที่เราอยู่อาศัยและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ปุราณว่า เพื่อนๆ คงจะเคยไปมาแล้วใช่ไหมคะ ไม่ท่าใดก็ท่าหนึ่งละ แล้วคราวหน้ามาดูกันนะคะว่าปุราณจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวกันที่ไหนต่อไป รับรองได้ทั้งสาระความรู้และความบันเทิงไปในตัวด้วยค่ะ สวัสดีค่ะ |
![]() |
|
โดย...ปุราณ
puran@kewkaw.com |
![]()