เตรียมผิวสู้หนาว..........
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ...
ชาว BEAUTY REQUEST ครั้งนี้กุ่งกุ๊งขอแนะนำการเตรียมผิวให้เหมาะกับอากาศหนาวช่วงต้นปีค่ะ
อากาศเราเดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน ทำให้ผิวจำเป็นต้องปรับสภาพให้เหมาะกับสภาพอากาศ
เพื่อนๆ ลองอ่านดูนะคะ เผื่อจะนำไปใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อย ได้ผลอย่างไรก็เมล์มาบอกด้วยนะคะ
สิ่งที่ถือว่าเป็นตัวถ่วงสำหรับฤดูหนาว
สบู่แรงๆ ที่คุณใช้อยู่เป็นสบู่แนวแรงๆ อย่างสบู่ยา
สบู่รักษาสิว สบู่ฆ่าเชื้อโรคหรือต้านแบคทีเรียต่างๆ หรือเปล่า สบู่แนวนี้จะทำให้ผิวระคายเคืองได้มากกว่า
หรือแม้แต่ใช้สบู่ที่อ่อนสุดๆ แต่ถ้าใช้ผิดวิธีเพราะเคยมือ ก็มีโอกาสทำร้ายผิวหน้าได้
จะล้างหน้าแต่ละครั้งต้องชโลมน้ำให้หน้าเปียกทั่วกันก่อน แล้วละลายสบู่กับน้ำถูกับฝ่ามือ
จากนั้นจึงค่อยลูบเบาๆ ลงบนผิวหน้า ประเภทที่กดสบู่หรือบีบเจลล้างหน้าออกจากหลอดได้ก็ป้ายโบ๊ะลงถูๆ
ไถๆ บนหน้าตัวเองเลยน่ะ ผิดค่ะ
ดูว่าโลชั่นเช็ดทำความสะอาดหน้าที่เคยใช้ๆ
อยู่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือเปล่า โลชั่นประเภทแรงแสบซ่าน...น...น อาจจะเย็นๆ
ทำให้รู้สึกสะอาดดี แต่แรงไปสำหรับหน้าหนาว
คิดใหม่ว่าคุณอาบน้ำที่อุ่นเกินไปหรือเปล่า
น้ำอุ่นจัดๆ ที่เรามักจะอาบกันเสียจนตัวแดงนี่ละทำให้ผิวแห้งดีนัก
สิ่งจำเป็นสำหรับผิว
ให้หามอยส์เจอไรเซอร์ดีๆ มาใช้ หรือถามจากพนักงานขายที่เก่งๆ
ว่ามีมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดใดบ้างที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น และให้น้ำแก่ผิวได้มากเป็นพิเศษ
และยิ่งถ้าได้ชนิดที่ช่วยอุ้มน้ำในผิวไว้ได้นานๆ ยิ่ง cool ค่ะ
วิธีการใช้ก็ช่วยเสริมคุณสมบัติของมอยส์เจอไรเซอร์ได้
กล่าวคือ หลังล้างหน้า (ด้วยวิธีการที่ถูกต้องนะคะ... ขอย้ำเตือน) ก่อนหน้าจะแห้ง
ให้ชิงทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนผิวหน้าที่ยังชุ่มๆ เย็นๆ อยู่โดยทันที เรียกว่าอย่าได้ปล่อยให้ความชุ่มชื้นทันได้ลอยนวลหนีไปเด็ดขาด...ปานนั้นเลย
สมัยนี้มีมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดดีๆ ให้เลือกใช้มากมาย ไม่ใช่แบบเหนียวเหนอะและมันย่องอย่างแต่ก่อนแล้ว
ดังนั้นจงใช้ให้เป็นกิจวัตร โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างนี้
เคล็ดลับสำหรับผิวหน้าหนาว
ถ้าผิวคุณ...ตึงเป๊ะจนแทบยิ้มไม่ได้...แถมลอกเป็นขุยเห็นชัด...ด
หน้าตึงจนหน้าแตก เพราะว่าไม่ว่าผิวจะตึงดีขนาดไหน เข้าหน้าหนาวก็มักจะตึงเป๊ะราวกับผิวหดไปสักครึ่งหน้า
และมีขุยขาวๆ เสียด้วย สองอย่างนี้คือสัญญาณอันตรายว่าผิวกำลังถูกภัยความแห้งคุกคาม
ให้ถือสัญญาณนี้เป็นเสมือนสัญญาณไฟไหม้ ดับได้เร็วเท่าไรก็เสียหายน้อยเท่านั้น
กับร่างกายเรายังหาเสื้อกันหนาวงามๆ มาพอกๆๆ ทับได้ ก็ให้คุณเธอปฏิบัติต่อผิวหน้าเช่นเดียวกัน
ยุทธการคือยิ่งมากชั้นยิ่งดี คือนอกจากมอยส์เจอไรเซอร์แล้ว ให้หาผลิตภัณฑ์ประเภทเซรั่มมาใช้เสียดีๆ
ไม่ว่าจะเป็นพวกใช้ก่อนหรือใช้ตามมอยส์เจอไรเซอร์ก็ดีทั้งนั้น จะช่วยให้เซลล์ผิวปลั่งน้ำขึ้น
ให้ความชุ่มชื้นกับส่วนประกอบต่างๆ ในชั้นผิวมากขึ้น
ถ้าผิวคุณ...ขี้แพ้ ผิวแบบนี้อาจทำให้เจ้าของต้องแพ้เกมบางเกมกับสาวผิวดีๆ
ได้ ก็เพราะว่าความเย็นยิ่งทำให้ผิวใจน้อยมีปัญหามากขึ้น ดร.กรอสส์แนะว่า
ให้เจ้าของผิวขี้แพ้เอาใจใส่ผิวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้เครื่องประทินผิวทุกชนิดที่มีสารเคมี
ก็เพราะระบบภูมิคุ้มกันของคุณไม่ยอมรับ และถือว่าสารประหลาดๆ เป็นศัตรูของคุณก็เลยก่อปฏิกิริยาออกมาในรูปผื่นคัน
แสบร้อน หรือลอกแดง จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณหมอแฟรงค์ให้ใช้ครีมไฮโดรคอร์ติโซน
แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เพราะการเสริมพลังความชื้นให้ผิวเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเตรียมผิวให้แข็งแรง
พร้อมรับมือกับความระคายเคืองที่อาจได้รับอีก แต่หากใช้ครีมไฮโดรคอร์ติโซนไปแล้วห้าวันยังไม่ดีขึ้นต้องพบแพทย์ผิวหนังนะคะ
ถ้วผิวคุณ...กระดำกระด่าง แห้ง เห็นชัดว่าผิวเสียอย่างหนัก
หน้าเสียจนเสียหน้าก็เพราะว่าวงจรเสียๆ นี้เริ่มจากการที่คุณเป็นสิว พอใช้ยารักษาสิวหน้าก็จะบางแดง
และเมื่อกระหน่ำมอยส์เจอไรเซอร์ โดยเฉพาะแบบมีน้ำมันเข้าไปหน้าก็มัน เป็นสิวรอบใหม่
พอถึงหน้าหนาว หน้าแห้งเพราะอากาศเย็น ผิวก็จะรู้ดี จัดแจงผลิตน้ำมันออกมาเสียเอง
ทีนี้คุณก็เป็นสิวหน้าหนาวได้เองแบบไม่ต้องพึ่งน้ำมันจากภายนอก แหม...เข้ากับสังคมแบบพึ่งตนเองเสียเด๊ะ
จึงต้องให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ประเภทออยล์ฟรี คือ ไม่มีน้ำมันผสมก่อนที่จะทายารักษาสิว
เพราะผิวที่ชุ่มชื้นดีจะดูดซับยาต่างๆ ได้ดีกว่า
และอีกวิธีหนึ่งที่ ดร.กรอสส์แนะว่าจะช่วยได้คือ
ให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวชนิดครีมแทนชนิดเจล และใช้ให้สม่ำเสมอทุกคืนจนผิวดีขึ้นค่ะ
ถ้าผิวคุณ...ผิวกร้านคล้ำ ขาดชีวิตชีวาซึมกระทือก็เพราะว่าผิวที่อ่อนเยาว์จะได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวๆ
ได้เท่ากับที่ผิววัยกลางคนถูกกระทบตลอดทั้งปีเลยค่ะ เซลล์ผิวจะขี้เกียจลอกตัว
พอตายแล้วก็จะมาเกาะกันแจอยู่ที่ผิวชั้นบนๆ พอกหนาขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อแสงส่องกระทบมาที่สุสานเซลล์บนใบหน้าคุณ
สีผิวที่สะท้อนออกมาก็จะเป็นสีน้ำตาล ที่เรียกกันว่าหน้าหมองคล้ำนั่นแล
จึงต้องขี้เกียจลอกก็ต้องลอกให้ง่ายๆ อย่างนั้นเลย ให้คุณหาซื้อโลชั่นทำความสะอาดผิวแบบมีส่วนผสมของเบต้าไฮดร็อกซีแอซิด
(ซึ่งอ่อนกว่าส่วนผสมประเภทแอลฟาทั้งหลาย) หรือจะเลือกแบบที่มีทั้งเบต้าไฮดร็อกซีกับแอลฟาในตัวเดียวกันมาใช้ก็ได้
แต่อย่าได้ลงนอนลอกหน้า หรือใช้สครับเม็ดหยาบๆ หรือใช้ผ้าขนหนูขัดหน้าแรงๆ
เป็นอันขาด ฝ่าฝืนมีเหี่ยว
ถ้าผิวคุณ.. .ผิวก็ดีนะ แต่มาเสียตอนหน้าหนาวนี่เอง
ก็เพราะว่าประเภทที่ท่องไปตามดอยด้วยความเห่อลมหนาว หรือไปสิงอยู่ตามสกีรีสอร์ตต่างๆ
ด้วยหลงใหลในสโนว์ละก็ ขอบอก...ว่าผิวที่แห้งอยู่แล้ว ซ้ำมาถูกทำลายด้วยแสงแดดหน้าหนาวน่ะ
จะอาการหนัก เรามักไม่ค่อยรู้สึกว่าแดดหน้าหนาวน่ะร้อนจัด คิดกันแต่ว่าอุ่นดี
ทำลายผิวกันสองต่ออย่างนี้นี่เล่าจึงสาหัสกว่า และต่อที่สามคือ วงจรการซ่อมแซมตัวเองของผิวจะขาดตอนไป
เพราะมันขาดน้ำเรียกว่าซ่อมยากค่ะ จึงต้องปกป้องผิวทุกครั้งที่จะออกกลางแจ้ง
หรือจะเก๊กท่าผิงแดดด้วยซันสกรีนที่มีค่า SPP15 ขึ้นไป และใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้มากเข้าไว้
หรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทั้งสองอย่างในตัวเดียวได้ก็ยิ่งงาม และเตือนตนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ว่าให้บ่อยที่สุด
นึกถึงลิปบาล์ม หรือเห็นแว่นกันแดดเมื่อไรให้นึกถึงผิวเมื่อนั้น แม้ว่าผิวคุณ
ๆ จะสามารถสร้างเซลล์เก่งๆ ขึ้นมาปกป้องตัวเองได้บ้าง แต่ตามแล็บต่างๆ
ของเครื่องสำอางชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจากฟากยุโรป อเมริกา หรือกระทั่งฟากเอเชียของเรากำลังศึกษาว่ากันด้วยเรื่อง
อแด็ป โทเจน ซึ่งเรียกว่าเป็นองค์ประกอบตัวใหม่ในบรรดาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวรุ่นหลังปี
2000 นี้ อแด็ปโทเจนเป็นคำที่นักวิชาการบัญญัติขึ้นมาเรียกสารกลุ่มหนึ่งที่ทำให้พืชต่างๆ
ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ รวมทั้งความแปรปรวนต่างๆ ในธรรมชาติอยู่ได้ ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้พืชพรรณอยู่รอดเท่านั้น
เจ้าอแด็ปโทเจนยังถูกนำมาวิเคราะห์วิจัย และสกัดมาเป็นสารที่ช่วยให้ผิวพรรณของคนเราต้านทานสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าเดิมด้วย
ไม่ว่าจะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะถูกดูดซึมผ่านผิวเข้ามา หรือช่วยให้เซลล์ผิวหนังสามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้มากกว่าเดิม
เพิ่มภูมิคุ้มกัน ปรับสภาพความไม่สมดุลต่างๆ ในผิวให้เป็นกลาง ฯลฯ พืชพรรณกลุ่มที่มีอแด็ปโทเจน
ได้แก่ โสม แปะก๊วย หรือที่ฝรั่งเรียกว่า จิงโกะ ตังกวย โกตูโคลา วอเตอร์เครส
เป็นต้น...
ข้อมูลอ้างอิงนี้นำมาจากนิตยสารแพรวสุดฯ
เห็นว่าเหมาะสำหรับชาว BEAUTY REQUEST เลยหยิบมาฝากค่ะ ครั้งนี้กุ่งกุ๊งคงต้องเซย์กู๊ดบายก่อนค่ะ...