อ่าวลุงดำ...เกาะเสม็ด....จ.ระยอง
 
   เค้าว่ากันว่า….ชีวิตคือการเดินทาง คือการแสวงหาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และระหว่างการเดินทางในแต่ละจุดหมายก็มีสิ่งรอบกายดี ๆให้เก็บไว้เพื่อจดจำและคิดถึงเสมอ………
         ตื่นเช้าอย่างงี้ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดีจังค่ะ….ท่านผู้ชม…วันนี้ฉันและพี่ๆ กลุ่มโตมีนัดกัน…เราตกลงใจกันแล้วว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันสัก 2 วัน ที่………เสม็ด
         ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเลยดีกว่าเนอะ…นัดกันที่เช้าตรู่ที่สถานีขนส่งเอกมัย เพราะเราอยากใช้เวลาที่มีอย่างคุ้มค่ามากที่สุด ฉะนั้น…เมื่อทุกคนพร้อม ตั๋วพร้อม กระเป๋าตังค์พร้อม เราก็พร้อมที่จะออกเดินทางกัน….แว้บเดียวเราก็ขึ้นไปนั่งบนรถทัวร์ พร้อมมุ่งหน้าสู่บ้านเพแล้วค่ะ….นึกแล้วก็กระชุ่มกระชวยดีจัง จะได้เที่ยว จะได้เล่นน้ำทะเลในเวลาอันใกล้นี้แล้ว โอ้ เย่…
         "ราตรีสวัสดิ์นะเพื่อน เจอกันที่บ้านเพนะ"
         เฮ้ย..ตะกี้เพิ่งอรุณสวัสดิ์กันเอง ผ่านไปยังไม่ถึงชั่วโมงก็ราตรีสวัสดิ์กันซะแล้ว แค่นึกนะยังไม่ทันได้ทักท้วงคุณเธอก็หลับปุ๋ยไป….ส่วนตัวฉันมีนัดกับวิวสองข้างทางเสียแล้ว นานๆ จะได้ออกมาเที่ยวอย่างงี้สักทีต้องเอาให้คุ้ม..จำได้ว่าตอนเด็กๆ เวลาเห็นภูเขาจะดีใจมาก ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันยังรู้สึกอย่างงั้นอยู่เลย ครั้งนี้เราวางแผนกันล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ เพราะไม่อยากให้เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก ครั้งที่แล้วเราไปเที่ยวกันในช่วงลอง….งงง..วีคเอ็นด์ ลำบากมากในเรื่องของการหาที่พัก คนเยอะมาก ครั้งนี้เราก็เลยจองที่พัก ติดต่อเรือไว้เสร็จสรรพ…ไร้กังวล..
         ใช้เวลาไม่นานคำนวณคร่าวๆ ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เดินทางถึงบ้านเพ ท่าเรือที่จะพาเราเดินทางสู่เกาะเสม็ด…เกาะแก้วพิสดารที่หลายคนฝันถึงตอนเรียนเรื่องพระอภัยมณี
         เราแวะเติมพลังกันก่อนแล้วเดินทางกันต่อด้วยเรือเร็ว..ที่สั่งตรงจากอ่าวลุงดำไว้แล้ว มีคนขับเรือสุดหล่อ ชื่อพี่อู๊ดคอยเต็มใจให้บริการ ก่อนลงเรือเราต่างก็มองหน้ากันเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ….หลายคนในทริปนี้เพิ่งได้สัมผัสแบบใกล้ชิดสนิทสนมกับเรือเร็วเป็นครั้งแรกในชีวิตรวมถึงฉันด้วยเจ้าค่ะ ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ชอบกล ก่อนเรือจะออกเดินทางเรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก็ส่งยิ้มให้กันเป็นกำลังใจ สักพักก็รู้จักว่าความสนุกเร้าใจหาได้ง่ายเหมือนกัน ประหนึ่งว่าอยู่ในสวนสนุกเลยค่ะ เวลาที่เรือกระแทกกับคลื่นแล้วลอยตัวอยู่กลางอากาศสนุกอย่าบอกใครเลยค่ะ ได้กรี๊ดไปหลายรอบ สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนจากการใช้บริการเรือข้ามเกาะที่ใช้กันอยู่ ก็ลองมาใช้บริการเรือเร็วดูก็ได้ค่ะ การันตีเรื่องความมัน และความรวดเร็ว แถมมีเวลาเที่ยวบนเกาะเพิ่มอีกตั้งเยอะแน่ะ ระหว่างทางฉันโบกไม้โบกมือทักทายกับคนที่อยู่ในเรือใหญ่อย่างสนุกสนาน….ขอล่วงหน้าไปแอบอิงธรรมชาติก่อนนะ รีบๆ ตามมาล่ะ……..
         ถึงอ่าวลุงดำภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที เร็วไหมคะท่านผู้ชม….เราได้พักบ้านแฝดบนชายหาดของอ่าวลุงดำที่พี่อู๊ดเตรียมไว้ให้ ผู้คนบางตากว่าครั้งที่แล้วมาก อ่าวลุงดำเป็นอ่าวที่อยู่ประมาณกลางๆ ของเกาะเสม็ด ใกล้ๆ กับอ่าววงเดือน และอ่าวแสงเทียน …เก็บของเข้าที่พักเสร็จสรรพนั่งพักกันพอหายเหนื่อย
         "เราเดินไปทางโน้นกันเถอะพี่ อยากรู้ว่าหลังโขดหินแถวนั้นเป็นอะไร "
         "เออ..ไปสิ "
         ใจง่ายจังพี่เรา เราเดินลัดเลาะตามแนวโขดหินไปเรื่อย ๆ สาวคนนึงในกลุ่มปลีกตัวออกไปเดินคนเดียวตามชายหาด ทิ้งระยะห่างจากเราพอให้นินทาได้ สงสัยกำลังคิดถึงใครอยู่ รึไม่ก็กำลังคิดว่าตัวเองกำลังเป็นนางเอกมิวสิกสักเพลง…
         นินทาคนนั้นเสร็จ มีเป้าหมายใหม่ค่ะ เพราะหันไปอีกทางก็มีสาวอีกคนนึงที่ได้ชื่อว่าเป็นมือวางอันดับหนึ่งของออฟฟิศเรื่องการคุย เธอกำลังใช้ท่าบังคับคุยโทรศัพท์อย่างเมามัน…ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอจริงๆ...
         ทะเลสวย อากาศก็ดี สมกับที่รอคอยมานาน เดินกันไปได้สักพักพอพ้นโขดหินไปเราก็พบกับอ่าว…….หาดสวยมากค่ะ สงบเงียบ บรรยากาศดีจนใจจะเขว..อยากจะเปลี่ยนใจมาพักที่นี่ ถ้าไม่ไปตกปากรับคำกับพี่อู๊ดไปแล้ว ขากลับเรากลับอีกทางเพราะรู้จากหนุ่มคนนึงที่แบกผลไม้มาขาย
         "พี่ พี่มาทางไหนคะเนี่ย อย่าบอกนะว่าเดินลัดตามหาดมา"
         "เป่า ดาน โทงปาย โทงปายดาย"
         ภาษาแปลกๆ ไม่ค่อยคุ้นหู ภาษาถิ่นก็ไม่ใช่
         "เค้าพูดไม่ช้าดหรอก เค้าเป็นคนถ่างเทศ เดี๋ยวพี่จะแปลให้ฟัง พอไหว พอไหว" พี่คนนึงซึ่งคุ้นหูกับคนพม่าพูดไทยบ้างพอสมควรอาสาเป็นล่ามให้
         ปรากฎว่าเค้าบอกให้เดินตรงไปได้เลยค่ะ เพราะบนชายเขามีทางให้เดิน ว่าแล้วก็พากันเดินกลับทางที่หนุ่มคนนั้นแนะนำ ….. ถึงที่พักกันขมุกขมอมพอควร พอหายเหนื่อยเราก็อาบน้ำเล่นกัน..กระโดดน้ำเล่นกัน จับคนโยนน้ำจากสะพานท่าเทียบเรือเล่นกัน
         กิจกรรมกลางคืนของเรา คือการจับกลุ่มร้องเพลงกันบนสะพาน โอ้ หลั่น หลั่น ล้า….ร้องแข่งกับเสียงคลื่น…ร้องไปร้องไปเสียงชักเริ่มดังไปเผื่อแผ่คนรอบข้าง…
         ทีแรกก็ร้องเพลงสมัยใหม่กันอยู่ดีๆ ร้องไปร้องมาชักย้อน พ.ศ.ไปเรื่อย มารู้สึกตัวอีกที ก็ร้องสุนทราภรณ์กันแล้ว แต่ขอโทษเถอะค่ะท่านผู้ชม ยิ่งย้อน พ.ศ. เสียงก็ยิ่งดัง ยิ่งร้องยิ่งเพราะ จริงๆ นะคะ
         …..คืนนี้ดาวบนฟ้ามีน้อย มีเมฆมากซะด้วยซ้ำไป แต่ยังไงก็ดูสวยอยู่ดี หลังจากที่เราบริหารกล่องเสียงกันได้พักใหญ่ ก็ชวนกันกลับบ้านพัก วันนี้วันเกิดของพี่คนนึงในกลุ่ม เรากะจะเซอร์ไพรส์แกด้วยเค้กกล่องโตที่หอบหิ้วกันมาจากกรุงเทพ ฯ ซึ่งบางครั้งเราก็ให้แกถือ ไม่รู้เหมือนกันว่าแกได้เซอร์ไพรส์หรือเปล่า รู้แต่ว่าระหว่างที่ร้อง แฮป ปี้ เบิร์ทเดย์ ทูยู ทูยู้ กันอยู่ ก็มีเสียงผิวปากทำนองเดียวกันลอยมากระทบหูให้ได้ยิน เจ้าของเสียงอยู่บ้านพักข้างๆเราเอง เป็นสองหนุ่มสาวชาวอังกฤษ ส่งรอยยิ้มสยามให้เลยค่ะ แล้วก็ทักทายพูดคุยกันโดยอัตโนมือ ทำไงได้ล่ะคะ ก็ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเลยนี่นา พอพี่ที่เป็นเจ้าของวันเกิด (ซึ่งผ่านมาได้ประมาณเดือนนึงแล้ว) เป่าเค้กเสร็จเรียบร้อย ก็แบ่งไปให้เค้า 1 ชิ้นโต สุขใจกันไปตามระเบียบ ไม่นานเราก็แยกย้ายกันเข้านอน
 
         ไม่ได้ดูอาทิตย์ขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะเช้านี้มีเมฆมาก แต่อากาศสดชื่นดี เผลอแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ต้องเดินทางกลับอีกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง….เราใช้เวลาช่วงเช้าโพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานตามประสาดาราหน้ากล้องไม่มีใครยอมน้อยหน้าใคร….เสร็จแล้วก็แวะทานข้าวกัน ระหว่างนี้มีการทาบทามพี่อู๊ดเรียบร้อยแล้ว ทริปหน้าเรามีโครงการว่าจะไปดำน้ำดูประการังกันที่เกาะทะลุ แล้วจะเล่าสู่กันฟังนะคะ………… ระหว่างที่ขึ้นเรือเพื่อเดินทางเข้าฝั่ง…เรายังนั่งเรือเร็วกลับกันเหมือนเดิม ติดใจค่ะ แล้วก็อยากแนะนำสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการเดินทางให้ลองใช้บริการดู….พี่อู๊ดเจ้าเก่าใจดี มีแถมบริการพิเศษโดยการพาเราไปที่หมู่บ้านทะเล เป็นที่เลี้ยงปลาในกระชังซึ่งแบ่งเป็นล็อกๆ มีปลาแปลกๆ หลายชนิดให้เราดู มีเต่าตัวโตที่หาดูได้ยากให้เราเห็น มีลูกปลาฉลามเสือด้วย แต่ที่ใหญ่สุดๆ ก็คือเจ้าปลาหมอเสือ ใหญ่มากกกก บรรยากาศดีไปอีกแบบ ขอบคุณพี่อู๊ดอีกครั้งค่า….โอกาสหน้าจะไปใช้บริการอีกแน่นอน ประทับใจ ประทับใจ….อ๊ะฝนทำท่าว่าจะตกแล้วละ ต้องรีบเผ่นแล้ว …ถึงบ้านเพแล้วมีของฝากจำนวนมากให้เลือกสรร ลองเดินถามๆดูแล้วราคาใกล้ๆกัน เลือกซื้อหาได้ตามอัธยาศัย พ่อค้าแม่ค้าคนไหน สวยหล่อถูกใจก็อุดหนุนกันไป

         สำหรับบางคนที่หน้าตากระเบียดไปทางชาวเกาหลี หรือญี่ปุ่นก็อาจจะลำบากนิดนึงเพราะแม่ค้าคนสวยเค้าบอกว่า ถ้าเป็นชาวต่างประเทศที่ว่านี้จะได้ราคาพิเศษ แบบว่าแพงเป็นพิเศษน่ะค่ะ หรืออีกไอเดียนึงแนะนำให้ลองชิมขนมหรือของฝากตามร้านต่างๆ ดูก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ อย่าชิมหลายร้านนะคะเดี๋ยวจะสับสนในรสชาติ ซื้อของฝากเสร็จก็ออกเดินทางจากบ้านเพ จุดหมายมุ่งสู่กรุงเทพฯ ที่ที่เราเดินทางจากมาเมื่อวาน... กลับไปใช้ชีวิตของคนทำงานต่อ…….
         จะต่างจากเดิมก็ตรงที่ว่า เรามีกำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยธรรมชาติที่สวย สดชื่น ที่พวกเราได้สัมผัสกันตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 วัน ได้มีเวลาเรียนรู้กันและกัน สร้างความผูกพันและมิตรภาพที่ดี……ต่อกัน………..
                          
                                   

เก็บมาฝาก โดย...ไข่นุ้ย
 


Copyright (c) 2000, kewkaw.com , All rights reserved.
ติดต่อทีมงาน : webmaster@kewkaw.com